วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

โรคสายตาสั้นเทียมคืออะไร ???


สายตาสั้นเทียม (Pseudomyopia) 

เกิดจากการเพ่งที่มากเกินไปนานเกินไปโดยเฉพาะการมองใกล้ๆ เพราะปกติแล้วทุกคนเวลามองใกล้ กล้ามเนื้อในตาต้องหดตัวเพื่อให้เลนส์ตาโป่งออก เราจึงเห็นใกล้ๆ ชัด เมื่อเราเลิกมองใกล้กล้ามเนื้อตาจะคลายตัวโดยอัตโนมัติ ทำให้เราเห็นที่ไกลชัดตา สายตาสั้นเทียมเริ่มพบมากขึ้นในสมัยนี้ สมัยที่ทุกคนก้มหน้าดูแต่จอมือถือ คอมพิวเตอร์เกือบตลอดเวลา

สังเกตได้อย่างไรว่าน่าจะเป็น สายตาสั้นเทียม

- อาการมองไกลไม่ชัดนี้จะเป็นๆหายๆ เช่น บางทีเห็นชัดดี บางทีมัวมาก มักมัวมากหลังจากใช้สายตาที่ใกล้นานๆ

- อาจมีอาการปวดตา ปวดหัวร่วมด้วยเวลาใช้สายตา

- อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ร่วมด้วยหลังใช้สายตานานๆ

- ใส่แว่นสายตาสั้นแล้วมองใกล้ไม่ชัด และอาจปวดตา ปวดหัวมากขึ้น

- พบบ่อยในคนอายุน้อยที่ใช้สายตามองใกล้นานๆ เพราะคนอายุน้อยจะมีกำลังในการเพ่งมาก

สายตาสั้นเทียมมีสาเหตุจากอะไร 

1. ใช้สายตามองใกล้ เช่น เพ่งมองคอมพิวเตอร์ เล่นเกมส์ ใช้โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ นานเกินไป

2. จากมีโรคทางสมองที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติชนิด Parasympathetic มากเกินไปเช่น จากอุบีติเหตุที่สมอง

3. มีโรคตาบางอย่างทำให้ Ciliary body ทำงานมากขึ้นเช่น ยูเวียอักเสบ (Uveitis)

4. ผลข้างเคียงจากยารักษาโรคบางอย่างเช่น ยาคลายเครียดในกลุ่ม Phenothiazine, ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคพาร์กินสัน, ยา Chloroquine, ยา Diamox, ตลอดจนยาคลายกล้าม เนื้อต่างๆ และแม้แต่ยา บางตัวที่ใช้รักษาต้อหินเช่น Pilocarpine ก็ทำให้เกิดภาวะสายตาสั้นชั่ว คราวได้ โดยทั่วไปยังขึ้นกับปริมาณยาที่ใช้ (Dose related) ด้วย ยิ่งใช้ปริมาณยามากโอกาสเกิดภาวะนี้ก็สูงขึ้น

5. มีแนวโน้มพบภาวะนี้ได้บ่อยในผู้มีสายตาเอียง (Astigmatism)

6. มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อกลอกตา เช่น มีภาวะตาเขออกเพราะจะเกิดการเพ่งเพื่อให้ตาตรง

อนึ่ง ยังมีภาวะอื่นที่ทำให้เกิดภาวะสายตาสั้นเทียม แต่ไม่เกี่ยวกับการเพ่งเช่น เป็นต้อกระ จกระยะแรกที่ทำให้เกิด Second sight (การกลับมามองเห็นได้ดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อสูงอายุ) หรือ แก้วตาเคลื่อนที่หลังผ่าตัดด้วยบางเทคนิคในโรคจอตาหลุดลอกที่ทำให้ลูกตายาวออก จึงเกิดภาวะสายตาสั้นได้ เป็นต้น

ใครมีปัจจัยเสียงเกิดโรคสายตาเทียม

ตาสั้นเทียมเป็นภาวะที่เกิดจากการเพ่งมากและนานเกินไป จึงมักพบในเด็กที่ความสามารถ ในการเพ่งยังมีมาก และในผู้ที่ใช้สายตาระยะใกล้มาก ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า ในยุคปัจจุบันมีการใช้อุปกรณ์ IT (Information technology) เช่น มือถือ, I-pad , I-phone, คอมพิวเตอร์ต่างๆ กันมากและใช้กันวันละหลายๆชั่วโมง จึงน่าจะมีภาวะนี้เกิดขึ้นได้สูง แต่ส่วนมากอาจจะเป็นชั่วคราว พักผ่อนแล้วหายไปได้เอง บางรายอาจมีอาการเล็กน้อยซึ่งหายได้เอง มีอยู่บ้างที่มีอาการจนต้องไปพบแพทย์/จักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะอาจมีอาการคล้ายๆกับโรคทางกายอื่นๆ ซึ่งส่วน มากพบภาวะนี้ในวัยต่ำกว่า 30 ปีที่เล่นเกมส์ ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ เพราะเป็นวัยที่มีกำลังเพ่งมาก

กำลังหรือความสามารถในการเพ่งเริ่มมีตั้งแต่เด็กอายุ 2 เดือนจนถึงอายุ 6 - 8 เดือนจะมีกำลังการเพ่งถึงประมาณ 14 D (Diopter), อายุ 15 ปีมีกำลังเพ่งประมาณ 12 D, อายุ 20 ปีมีกำลังเพ่งประมาณ 10 D, อายุ 25 ปีมีกำลังเพ่งประมาณ 8.5 D, อายุ 30 ปีมีกำลังเพ่งประมาณ 7.0 D, อายุ 40 ปีกำลังเพ่งจะลดเหลือ 4.5 D, และลดลงเรื่อยๆ อายุ 45 ปี จะเหลือประมาณ 3.5 D, อายุ 50 ปีเหลือประมาณ 2.5 D, อายุ 60 ปีเหลือประมาณ 1 D, อายุ 75 ปีแทบจะไม่เหลือกำลังเพ่งเลย ซึ่งจะเห็นว่าอายุต่ำกว่า 30 ปีมีกำลังเพ่งมากกว่า 7.0 D จึงสามารถเพ่งได้มาก จึงเป็นกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงเกิดภาวะนี้

การรักษาสายตาสั้นเทียม

1. ถ้าเกิดจากการใช้สายตามากเกินไป

- ให้งดการใช้สายตาที่ใกล้ที่ไม่จำเป็น เช่นการเล่นเกมส์

- ถ้าจำเป็นต้องใช้สายตาที่ใกล้ ให้มีการพักเป็นช่วงๆ เช่น ดูคอม 30 นาที พัก 5 นาทีโดยหลับตาหรือมองไปไกลๆ

- การใช้สายตาควรมีแสงสว่างที่เหมาะสม ไม่ให้มีแสงสะท้อนมาก ตัวหนังสืออย่าให้ตัวเล็กจนเกินไปทำให้ต้องเพ่งมาก

- ปรับเปลี่ยนแว่นสายตา โดยทั่วไปอาจต้องลดกำลังสายตาลง ทำให้ระยะแรกๆ ของการลดกำลังของแว่นตา จะรู้สึกว่าการมองไกลไม่ชัด

- ถ้าพักสายตาแล้วยังไม่หาย หมอตาจะพิจารณาให้ยาหยอดคลายกล้ามเนื้อไปใช้ที่บ้าน

- สำหรับการบริหารตา ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ารักษาภาวะนี้ได้ ให้ระวังว่าการบริหารตาโดยเฉพาะการเพ่ง อาจทำให้อาการแย่ลง มีอาการปวดตา ปวดหัว

2. ถ้าเกิดจากมีโรคให้รักษาโรค เช่น โรคม่านตาอักเสบ อุบัติเหตุที่ก้านสมอง ถ้าเกิดจากการใช้ยารักษาต้อหินกลุ่ม anticholinesterase eye drop พิจารณาใช้ยาอื่นทดแทน

แนวทางในการป้องกันสายตาสั้นเทียม ทำได้ดังนี้

1. เมื่อใช้สายตาระยะใกล้ควรพักสายเป็นระยะเพื่อให้กล้ามเนื้อที่ใช้เพ่งนั้นคลายตัวลงอาจเลือกใช้ สูตร 20 /20 /20 คือใช้สายตา 20 วินาที มองไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที หรืออาจจะพักสายตา 1 นาทีทุกๆ ครึ่งชั่วโมง หรือพักสายตา 5–10 นาที ทุกๆ 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เกิดการเพ่งค้าง

2. ไม่ควรใช้สายตาในที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอหรืออ่านหนังสือที่มีขนาดตัวอักษรเล็กเกินไปเพราะจะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดการเพ่งมากขึ้น


ข้อแนะนำ

แม้ภาวะตาสั้นเทียมจะไม่ก่อให้เกิดผลอะไรที่ร้ายแรงมากนัก แต่ก็บั่นทอนความสามารถ ตลอดจนประสิทธิผลของงาน และอาจมีสาเหตุจากโรคตาอื่นๆได้ จึงควรพบจักษุแพทย์เมื่อมีอาการ เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แน่นอน เพราะถ้าเป็นตาสั้นเทียมจากการเพ่งมาก การแก้ไขทำได้ไม่ยาก และถ้าอาการไม่ใช่เกิดจากตาสั้นเทียมจากการเพ่ง การรักษาสาเหตุนั้นๆแต่เนิ่นๆจะช่วยให้ผลการรักษาโรคตานั้นๆดีขึ้น
อนึ่ง แว่นตาคู่แรกควรให้หมอตา/จักษุแพทย์เป็นคนตรวจตาและวัดสายตาที่เหมาะสม วัดโดยหยอดยาลดการเพ่ง เพราะนอกจากตรวจสายตาแล้วยังได้ตรวจดูโรคอื่นๆของตา โดย เฉพาะการทำงานของกล้ามเนื้อกลอกตาร่วมไปด้วย

โรคสายตาสั้นเทียม เป็นโรคที่เกิดจาการใช้สายตาในการเพ่งมองมากเกินไป หรือกับผู้ที่มีปัญหาสายตามาก่อน การใช้ยาบางชนิดก็อาจมีผลได้ ฉะนั้นการดูแลตัวเองก็มีส่วนสำคัญ และพยามหลีกเลี่ยงการใช้สายตามากๆ ถ้ารู้สึกว่ามีปัญหาเรื่องสายตาควรจะเข้ารับการตรวจเพื่อที่จะได้วินิจฉัยในการรักษาที่ถูกต้องได้ค่ะ

ขอบคุณที่มา: Kaijeaw.com

ปรึกษาปัญหาสุขภาพตา  โทร.093-974-5878
Line : 989shop




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น